บทความพิเศษ

เที่ยวตามรอยละคร บุพเพสันนิวาส ย้อนเวลาไปหาแม่หญิงการะเกด 

กระแสแรง กระแสปังเกินคาดจริงๆนะคะสำหรับละคร “บุพเพสันนิวาส”  เพียงแค่ออนแอร์ไม่กี่ตอน ก็เรียกได้ว่าสร้างกระแสจนแฟนละครติดหนึบกันเลยทีเดียว และแน่นอนค่ะว่านอกจากฝีมือการแสดงของนักแสดงที่แสดงได้เก่งมากๆจนติดลมบนกันแล้ว ยังคงมีอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจค่ะ นั่นก็คือสถานที่ในการถ่ายทำละครเรื่องนี้ “บุพเพสันนิวาส”   ซึ่งวันนี้แอดมินสเตชั่นจะขออาสาพาออเจ้า ย้อนเวลาไปตามรอยแม่หญิงการะเกดกันค่ะ ว่าแล้วก็ตามแอดมินมากันเลยค่า

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

“อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ได้รับการพิจารณาเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ในนาม “นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา”

บุพเพสันนิวาส

โดยมีโบราณสถานที่สำคัญได้แก่ พระราชวังโบราณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม และวิหารพระมงคลบพิตร ซึ่งแต่ละสถานที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความสวยงามอีกด้วย

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท

วัดไชยวัฒนาราม

 

วัดไชยวัฒนาราม หรือ วัดชัยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านป้อม อำเภออยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
ทางฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง

วัดไชยวัฒนาราม ได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2173 โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นบนที่
ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา แต่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ
กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวกโดยจำลองแบบมาจากปราสาทนครวัด

วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์
จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสิ้นพระชนม์ก็ได้ถวายพระเพลิงที่วัดนี้

วัดไชยวัฒนาราม มีปรางค์ประธานและปรางค์มุมอยู่บนฐานเดียวกัน พระปรางค์ประธานนำรูปแบบของพระปรางค์
สมัยอยุธยาตอนต้นมาก่อสร้าง แต่ปรางค์ประธานที่วัดไชยวัฒนารามทำมุขทิศยื่นออกมามากกว่า บนยอดองค์พระปรางค์ใหญ่อาจเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุรอบพระปรางค์ใหญ่ล้อมรอบไปด้วยระเบียงคตที่เดิมนั้นมีหลังคา ภายในระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทองจำนวน 120 องค์ เป็นเสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ ตามแนวระเบียงคต ตรงทิศทั้งแปดสร้างเมรุทิศ และ เมรุมุม (เจดีย์รอบๆพระปรางค์ใหญ่) ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูป ภายในซุ้มเรือนแก้วล้วนลงรักปิดทอง ฝาเพดานทำด้วยไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทองเช่นกัน

วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนาราม 
ที่อยู่ : ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก นอกเกาะเมือง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวันเวลา 08.00–18.00 น.
ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

วัดพุทไธศวรรย์

วัดพุทไธศวรรย์

วัดพุทไธศวรรย์สร้างขึ้นบริเวณที่สมเด็จพระเจ้าอู่ทองอพยพมาสร้างเมืองใหม่ เดิมบริเวณนี้เรียกว่า “เวียงเล็ก” หรือ “เวียงเหล็ก” ซึ่งเป็นตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงวัดหนึ่ง

วัดพุทไธศวรรย์

วัดพุทไธศวรรย์

วัดพุทไธศวรรย์

ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ พระปรางค์ประธานองค์ใหญ่เป็นศิลปะแบบอยุธยาตอนต้นผสมศิลปะขอม มีระเบียงล้อมรอบ ภายในประดิษฐานพระปูนปั้นนับร้อยองค์ ด้านข้างพระปรางค์มีมณฑปอย่างละหลัง เป็นที่ประดิษฐานพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย

วัดพุทไธศวรรย์
ที่อยู่ : 16/2 ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30

วัดเชิงท่า

วัดเชิงท่า

วัดเชิงท่า

วัดแห่งนี้มีตำนานการก่อสร้างหลายสำนวน ทั้งในประวัติศาสตร์และวรรณคดี เช่น ตำนานว่ามีเศรษฐีสร้างเรือนหอให้บุตรสาวซึ่งหนีตามชายคนรักไปแล้วไม่ย้อนกลับ จึงถวายเรือนหอแก่วัดที่สร้างขึ้น ชื่อว่า วัดคอยท่า
บริเวณวัดยังมีโบราณสถานสำคัญประจำวัด  ได้แก่ ปรางค์ห้ายอดสมัยอยุธยา ซึ่งมีลักษณะพิเศษหาที่อื่นไม่ได้ โดยก่อฐานพระปรางค์เป็นทรงแท่งสี่เหลี่ยมจตุรัสและสร้างวิหารยื่นออกไปเป็นรูปกากบาทหรือไม้กางเขน

วัดเชิงท่า

วัดเชิงท่า

ส่วนศาลาการเปรียญสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในมีธรรมาสน์ปิดทองคำเปลวงดงาม ลายจำหลักไม้หน้าบันว่ากันว่าเป็นของเดิมที่เหลือรอดมาจากครั้งกรุงแตก

วัดเชิงท่า
ที่อยู่ : ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.30 น.

ป้อมเพชร

ป้อมเพชร

ป้อมเพชร

CR : sittichok chanisa

ป้อมเพชรถือป้อมปราการป้อมเดียวที่ยังเหลืออยู่จากเดิมที่มีอยู่ 29 ป้อม รูปทรงป้อมแบบหกเหลี่ยม ผนังก่อด้วยอิฐสลับด้วยศิลาแลง? มีช่องเชิงเทินก่อเป็นรูปโค้งซึ่งเป็นที่ตั้งของปืนใหญ่ประจำป้อม สร้างในสมัย พระมหาจักรพรรดิ์ (กษัตริย์องค์ที่15) เพื่อป้องกันข้าศึกที่จะมาทางน้ำ เป็นที่บรรจบระหว่างแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นท่าเรือสินค้าที่สำคัญในอดีต

ป้อมเพชร

CR : sittichok chanisa

ป้อมเพชร

CR : sittichok chanisa

ป้อมเพชร
ที่อยู่ : ถนนอู่ทอง ใกล้กับโรงพยาบาลอยุธยา ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

พิพิธภัณฑสถานแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีรูปแบบการจัดแสดงแผนใหม่คือนำโบราณวัตถุมาจัดแสดงไม่มากจนแน่น และได้นำหลักการใช้แสงสีมาใช้ ทำให้การนำเสนอดูน่าสนใจมาก จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่พบในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจากการขุดแต่งบูรณะโบราณสถานภายในจังหวัดอยุธยา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา 
ที่อยู่ : ถ.โรจนะ ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวัน เวลา 09.00-16.30 น.
ค่าเข้าชม : ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท

 

พระที่นั่งไกรสรสีหราช

CR : เที่ยว แบบ กระจ๊อก

พระที่นั่งแห่งนี้เป็นที่ประทับในฤดูร้อนอีกแห่งหนึ่งของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ เมืองลพบุรี สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสร้างเพื่อทรงสำราญพระราชอิริยาบถ นับเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ของประเทศ
ไทย

เนื่องจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราชใช้เป็นสถานที่ศึกษาจันทรุปราคา เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2228 ร่วมกับบาทหลวงเยซูอิตและบุคคลในคณะทูตชุดแรกที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ส่งมาเจริญสัมพันธไมตรี

พระที่นั่งไกรสรสีหราช
ที่อยู่ : ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี
เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.
ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

 

บ้านหลวงรับราชทูต

สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสชุดแรกที่เข้ามาเมื่อปี พ.ศ. 2228 ได้พัก ณ สถานที่แห่งนี้ จึงได้ชื่อว่า บ้านหลวงรับราชทูต และเนื่องจากสถานที่นี้เป็นที่พำนักของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ขุนนางสำคัญในสมัยนั้น

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางสันนิษฐานว่าเป็นหอระฆังและโบสถ์ คริสตศาสนา โบสถ์เหล่านี้ถือกันว่าเป็นโบสถ์คริสต์หลังแรกในโลกที่ตกแต่งด้วยลักษณะ ของโบสถ์ทางพระพุทธศาสนา และทางด้านทิศตะวันออก มีอาคารใหญ่ 2 ชั้น บันไดขึ้นด้านหน้า เป็นรูปโค้งครึ่งวงกลม แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมแบบยุโรป โดยเฉพาะหน้าต่างและซุ้มประตู เป็นศิลปะแบบเรอเนสซองส์

บ้านหลวงรับราชทูต
ที่อยู่ : ถ.วิชาเยนทร์ ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี
เปิดทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น.

วัดพระคริสตประจักษ์ เกาะใหญ่

สร้างวัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1888 ถือได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญของชาวคริสตังในหมู่บ้านเกาะใหญ่ พระคริสตประจักษ์หลังปัจจุบันนั้น มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดดเด่น เป็นอาคารสไตล์ยุโรป 2 ชั้น มีหอระฆังอยู่ด้านบน ภายในมีภาพวาดฝาผนังที่เก่าแก่และสวยงาม

วัดพระคริสตประจักษ์ เกาะใหญ่
ที่อยู่ : 3 ม.1 ต.ไม้ตรา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

ตลาดน้ำดาวเรือง

ตลาดน้ำในบรรยากาศย้อนยุค ภายในตลาดจะมีสินค้าจากชาวบ้านในพื้นที่นำสินค้ามาวางขาย ไม่ว่าจะผัก ผลไม้ เสื้อผ้า ไปจนถึงของกินทั้งคาวและหวาน และแถมมีการแสดงพื้นบ้านจากเด็กๆ ให้ชมอีกด้วย

ตลาดน้ำดาวเรือง
ที่อยู่ : ต.ดาวเรือง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
เปิดทุกวันเสาร์ เวลา 10.00-16.00 น.

CR : http://www.edtguide.com

 

You Might Also Like