บทสรุปประเด็นร้อน !!! อยุธยาน้ำท่วมมากกว่า 4 เดือนแล้วจริงหรือ ???

จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักของอยุธยาที่กินเวลามากกว่า 4 เดือน เราเห็นเพื่อนๆำี่ๆหลายๆคน ไปคอมเม้นตามเพจว่า ชาวอยุธยาเว่อร์ไปไหม ท่วมอะไรนานขนาดนั้น เราอ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เราเลยรวบรวบข้อมูลจริง !!! มาให้อ่านกันค่ะ

ก่อนที่น้ำจะท่วมใหญ่ในเดือนตุลาที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ก่อนหน้านั้น เดือนกรกฎาคม พื้นที่บางส่วนของอยุธยาเช่น อ.บางบาล ได้มีน้ำท่วมขังหมู่บ้านอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่มีข่าวใดๆเสนอเลย

ช่วงวันที่ 10-7-2560 

สถานที่ : หมู่ 9 ต.วัดตะกู อ.บางบาล อยุธยา
สถานที่ : หมู่ 9 ต.วัดตะกู อ.บางบาล อยุธยา

 

จากนั้นน้ำก็ขึ้นๆลงอยู่แบบนั้น จวบจนเข้าวันที่  31-7-2560

น้ำท่วมอยุธยา

เที่ยวอยุธยา ท่องเที่ยวอยุธยา แนะนำที่เที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

 

และหลังจากนั้นน้ำก็ลงไปอีกค่ะ และก็ยังไม่มีความช่วยเหลือใดๆ จบจนกระทั่ง วันที่ 24-8-2560 ปริมาณน้ำเริ่มมาอีกแล้ว

ตัดภาพมาบริเวณหน้าบ้านผู้เขียนนี่แหละค่ะ จะได้ชัดเจน

เที่ยวอยุธยา ท่องเที่ยวอยุธยา แนะนำที่เที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เที่ยวอยุธยา ท่องเที่ยวอยุธยา แนะนำที่เที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

จากนั้น TNEWS ได้เผยแพร่ข่าวเหตุการณ์น้ำท่วม ในวันที่ 24 สิงหาคม 2560 ว่าเนื่องจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เขื่อนมีปริมาณน้ำมาก และกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมีพายุอีกหลายลูก ทางกรมชลประทานจึงต้องระบายน้ำท้ายเขื่อนที่ 1498 ลบ.ม/วินาที จึงทำให้พื้นที่ อ.บางบาล ,อ.เสนา ,อ.ผักไห่ ,อ.บางปะอิน ,อ.บางไทร มีน้ำท่วมเข้าพื้นที่เพิ่ม จากที่ท่วมอยู่แล้ว !!!

เที่ยวอยุธยา ท่องเที่ยวอยุธยา แนะนำที่เที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

 

วันที่ 26-8-2560

เที่ยวอยุธยา ท่องเที่ยวอยุธยา แนะนำที่เที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

จากนั้นวันที่ 6-10-2560 เวลา 23.32 น. น้ำเข้ามาใต้ถุนบ้านหลังจากมีประกาศแจ้งเตือน

จากนั้นก็มีข่าวสารแจ้งมาว่า….

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา ยืนยัน สามารถบริหารจัดการน้ำได้ หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง หลัง 13 ตุลาคมฝนจะเบาบางลง

นายโบว์แดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในระยะนี้ปริมาณฝนที่ตกหนักต่อเนื่องจะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ 1 เมตร ในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และฝนจะเบาบางลงหลังวันที่ 13 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้น 20 ตุลาคมจะเข้าสู่ฤดูหนาว พร้อมระบุ ล่าสุด ทุ่งรับน้ำทั้ง 7 ทุ่งยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้เพิ่มอีก 400-500 ลูกบาศก์เมตร จากทั้งหมด 1,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งชลประทาน และจังหวัดฯ สามารถบริหารจัดการน้ำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการวางแผนพร่องน้ำรอไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึง ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวเหลื่อมเวลา ขณะเดียวกัน ยังกังวลบ้านเรือนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำและริมแม่น้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำปีนี้อยู่ที่ระดับ 1,620 ลูกบาศก์เมตร หากเปรียบเทียบกับปี 2554 อยู่ที่ 1,654 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะทำให้น้ำไหลท่วมใต้ถุนบ้าน หากอั้นน้ำไว้ น้ำอาจไหลเข้าท่วมบ้านเรือนถึงระดับชั้น 2 ได้ ดังนั้น จึงมีการพร่องน้ำและระบายน้ำ

นิตยา หิรัญประดิษฐ์ / ข่าว
ศักดริน พุทธคาวี / ภาพ

 

จากคืนวันที่ 6-10-2560 เวลา 23.32 น. พอเข้าวันที่ 8-10-2560 ระดับน้ำเริ่มน่ากังวล

 

วันที่ 9-10-2560 มีข่าวออกมาอีกน้ำจะ ขยับขึ้นอีก 80 – 90 ซม !!! 

ชลประทานที่ 12 เผย…น้ำจะ ขยับขึ้นอีก 80 – 90 ซม !!! 

ด้วยวันที่ 9 ต.ค.2560 เวลา 09.30 น. ชลประทานที่ 12 เปิดเผย เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำปัจจุบันและอนาคต ที่เกี่ยวกับโครงการมหาราชมีดังนี้
1.ช่วงวันที่9-12 มีย่อมความกดอากาศต่ำทางตอนบนภาคเหนือและภาคอีสานทำให้ฝนตกทางตอนบนของภาคนี้ซึ่งจะตกอยู่เหนือเขื่อน
2.ช่วงวันที่ 13-15 ต.ค.60 มีย่อมและพายุทางทะเลจีนใต้ทำให้ฝนตกตอนล่างของภาคเหนือ, อีสานและภาคกลางตกท้ายเขื่อน
3.ลักษณะฝนดังกล่าวกรมฯมีนโยบายจะเพิ่มการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 เป็น 2,600 cms.ในช่วงวันที่ 10-15 ต.ค.60 โดยจะข่อยๆปรับขึ้นเรื่อยๆจนถึง 2,600 cms.
4. แนวทางการปฏิบัติสำหรับโครงการฯ
– ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อรอรับน้ำใหม่
– พิจารณารับน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อแบ่งเบาน้ำด้านนอก
– ตรวจสอบคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและอาคารต่างๆให้มีความมั่นคงและแข็งแรงไม่ให้พังเมื่อน้ำมา
– เตรียมเครื่องจักร,เครื่องมือ,น้ำมัน,กระสอบทราย ให้พร้อมในการใช้งาน

#มีการระบายน้ำจากที่ประกาศวันที่ 24 สิงหาคม 2560  = 1498 ลบ.ม/วินาที
#มาประกาศวันที่ 9 ต.ค.2560  จะเพิ่มการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 เป็น 2,600 ลบ.ม/วินาที (ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้บอกว่าเอาอยู่)

 

วันที่ 11 -10-2560 ประกาศแจ้งเตือนระบายเพิ่มต่ออีก 1 สัปดาห์ (19-10-2560) และจะส่งผลให้มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 80-120 CM

 

ล่วงเข้าวันที่ 15-10-2560 สถานการณ์เริ่มหนักมาก (ยังไม่ถึง 19-10-2560 เลยนะ) น้ำเริ่มเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ชนิดที่ว่านอนพื้นไม่ได้แล้ว !!!

 

จากนั้นวันที่ 18-10-2560

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.ชลประทานที่ 12 เผย
ยังต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,600 ลบ.ม./วินาที ไปต่ออีก 7 วัน ‼️‼️
หากน้ำเหนือลด ฝนลด จะลดระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงทันที

#เพิ่มการระบายต่อ รวมเป็น 14 วัน !!!

 

สถานการณ์เริ่มหนักหน่วง ชาวบ้านเริ่มเครียดหนัก พวกเราช่วยกันแชร์ข่าว และขอบริจาคกับเพื่อนๆมาช่วยเหลือกันเอง วันที่ 20-10-2560 อยุธยาประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ (แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น)

 

จากนั้นในวันที่ 21-10-2560 หน่วยงานแรกที่เข้ามา หลังจากท่วมมานานคือทีมงานสิงห์อาสา

 

จากนั้น 23-10-2560 ได้มีประกาศจากทางจังหวัดว่า

เขื่อนเจ้าพระยาขอเพิ่มการปล่อยน้ำไปอีก 7 วัน โดยจะปรับจาก 2600 ลบ.ม./วินาที   ไปเป็น 2700 ลบ.ม./วินาที

 

และในวันที่ 24-10-2560 ที่ผ่านมา    

 

เริ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม เป็น 2,650-2,700 ลูกบาศก์เมตร/วินาที คาดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในภาคกลางตอนล่าง สูงขึ้น 10-20 เซนติเมตร 

วันนี้ (23 ตุลาคม 2560) นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หลังจากฝนตกในช่วง 2-3 วันก่อนหน้านี้ในพื้นที่ภาคกลางตอนบน เป็นผลให้มีมวลน้ำอั้นอยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาในปริมาณมาก ด้วยเหตุนี้กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จาก 2,600 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เป็น 2,650-2,700 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และจะเพิ่มการระบายเป็นขั้นบันไดวันละ 10-20 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เป็นเวลา 5 วัน เริ่มตั้งแต่เที่ยงวันนี้ (23 ตุลาคม) เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจังหวัดเหนือเขื่อนที่กำลังเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้

          ทั้งนี้จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงตั้งแต่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้น 10-20 เซนติเมตร และจะเพิ่มสูงสุด 25 เซนติเมตร ในวันที่ 24 ตุลาคม ส่วนจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร จะเพิ่มขึ้น 10-20 เซนติเมตร ในวันที่ 25 ตุลาคม โดยทางกรมชลประทาน และกองทัพเรือ จะเร่งผลักดันน้ำออกอ่าวไทยให้มากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากการเพิ่มการระบายน้ำครั้งนี้

ปัจจุบันนี้หลายๆหลังคาเรือนเริ่มทยอย  จมน้ำ กันแล้ว ……

 

 

บทความนี้คงไม่มีบทสรุปให้…ขอให้ทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้ สรุปจากข้อมูลและภาพในบทความนะคะ