วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกท่าน หากคุณผู้อ่านท่านใดกำลังมองหาสถานที่ ที่ต้องการความสงบและสวยงามเหมาะกับการพักพักแบบชิลล์ๆรวมถึงผ่อนคลายทั้งทางร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกัน และได้มีโอกาสสะสมบุญหรือสร้างกุศลให้กับตัวเองด้วยแล้ว รับรองว่าสถานที่นี้ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ สถานที่ดังกล่าวอยู่ใกล้มากๆค่ะและจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากอยุธยาเมืองเก่าแต่มีมนเสน่ห์ที่ใครๆก็อยากมานั่นเองค่ะ

วันนี้แอดมินจะพาทุกท่านไปชมความงดงามของวัดไทยใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และเป็นพระอารมหลวงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาอีกค่ะ  วัดนี้ชื่อว่า “วัดกษัตราธิราชวรวิหาร”

ชื่อของวัดทำให้สันนิษฐานว่า เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระองค์ใดพระองค์หนึ่งทรงสร้างวัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดกษัตรา ซึ่งหมายความว่า เป็นวัดของพระมหากษัตริย์ หรือวัดของพระเจ้าแผ่นดินค่ะ เป็นอีก1วัดที่มีความเก่าแก่มากๆค่ะ

ประวัติของวัดนี้ไม่ปรากฏอย่างแน่ชัดนะคะว่าเริ่มสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยใด  หากแต่เริ่มมีหลักฐานปรากฏในปี 2303 หรือประมาณต้นรัชกาลที่ 4 ค่ะว่าวัดนี้ได้มีการมาทำการบูรณะปฏิสังขรขึ้นมาค่ะ

พื้นที่ตั้งของวัดนั้น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หากมองจากภายนอกบริเวณของวัดก่อนจะเข้าไปด้านในนั้นก็ให้บรรยากาศและความรู้สึกสงบร่มรื่นและเย็นแล้วค่ะ เนื่องจากวัดนั้นตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง ทั้งยังมีศาลาท่าน้ำในบริเวณวัดให้นั่งพักผ่อน รวมถึงบันไดท่าน้ำเพื่อให้สามารถนั่งริมแม่น้ำได้ด้วยนะคะ

ภายในวัดจะมีพระวิหารทั้งหมด 4 หลังนะคะ เป็นหลังใหญ่ 2 หลังและหลังเล็กอีก 2 หลังค่ะ และภายในพระวิหารด้านหน้านั้นจะเป็นที่ประดิษฐานสมเด็จพระพนรัตซึ่งจากตำนานแล้วท่านคือพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชค่ะ หากใครได้มีโอกาสกราบไหว้หรือร่วมทำบุญด้วยการห่มผ้าให้ตามความเชื่อจะส่งผลให้ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานก้าวหน้ายิ่ง และเคยมีมีข้าราชการ ทหารตำรวจ มาขอพรบารมีเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งมักจะนิยมสักการะทำบุญในพระอุโบสถแห่งนี้ เพราะถือว่าจะทำให้ชีวิตสดใสก้าวหน้าตลอดไปด้วยค่ะ

ภายในพระวิหารของวัดยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองและพระประทานพรที่เปิดให้สักการะเพื่อความร่มเย็นและเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตกันด้วยนะคะ ส่วนภายนอกบริเวณบริเวณเราก็สามารถเลือกทำบุญได้หลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะบุญโลงศพ หรือ ค่าน้ำค่าไฟของวัด และอื่นๆอีกมายมาย ทางเดินบริเวณรอบพระวิหารพื้นก็ปูด้วยหินอ่อนสบายเท้าค่ะ

ส่วนท่านใดที่ชื่นชอบทางด้านวัตถุมงคลด้านในพระวิหารยังมีรูปหล่อของหลวงปู่เทียม อดีตเจ้าอาวาสพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของพระนครศรีอยุธยา ทางด้านอยู่ยงคงกระพันและเมตตาได้สร้างชื่อเสียงไว้อย่างมากในการสร้างตะกรุด 4 มหาอำนาจ รัตนมาลา ตะกรุดโทน จนปัจจุบันมีคนมาขอดูตะกรุดที่ทางวัดเก็บรักษาเอาไว้

นอกจากนี้ ยังมีวัตถุมงคลที่หลวงปู่เทียมจัดสร้างไว้ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ยังพอมีหลงเหลือให้ประชาชนที่มีความศรัทธาได้บูชาด้วยเช่นกันค่ะ

เห็นไหมคะ วัดไทยๆในจังหวัดอยุธยานั้นสามารถเป็นได้ทั้งที่พักใจและพักกายได้แบบประหยัดทั้งเวลาการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ได้ความสุขกลับไปแบบเต็มที่รู้อย่างนี้แล้วไม่ไปไม่ได้แล้วเนอะ

อย่าลืมนะคะสถานที่ดีๆที่ไม่ไกลตัวรอเราไปชมความงดงามอยู่นะคะ ทริปหน้าจะหาสถานที่สวยๆมาชวนเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและกายกันอีกนะคะ อย่าลืมติดตามกันนะคะ…..